สมาชิกเข้าระบบ
ยูสเซอร์เนม :
รหัสผ่าน :
 

ลืมรหัสผ่าน  |   สมาชิกใหม่


ปฏิทินกิจกรรมพิเศษ
September 2014
S M T W T F S
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        
             
สมาชิกจดหมายข่าว
สมัคร ยกเลิก
กระดานสนทนาธรรม > ขันธ์ 5


ห้วข้อกระทู้
ขันธ์ 5
รายละเอียด
ขันธ์ 5


ขันธ์ แปลว่า กอง, พวก, หมวด, หมู่, ลำตัว ในที่นี้ เราจะเรียกขันธ์ว่ากอง ดังนั้นขันธ์ 5 จึงน่าจะแปลได้ว่า ของ 5 กองนั่นเอง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เบญจขันธ์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กอง คือ

1. รูปขันธ์ (กองรูป)
2. เวทนาขันธ์ (กองเวทนา)
3. สัญญาขันธ์ (กองสัญญา)
4. สังขารขันธ์ (อ่านว่า สัง-ขา-ระ-ขัน) (กองสังขาร)
5. วิญญาณขันธ์ (กองวิญญาณ)

นอกจากนี้แล้วขันธ์ 5 ยังจำแนกออกได้เป็น 2 อย่างคือ

1. รูปธรรม ได้แก่ รูปขันธ์
2. นามธรรม ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และ วิญญาณขันธ์

เพราะว่า รูป คือ สิ่งที่ไม่สามารถรับรู้อะไรได้ หรือคือ สภาพธรรมที่มีลักษณะไม่รู้ ประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ ได้แก่ เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (สิ่งที่ถูกต้องได้ด้วยกาย) เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ตึง ไหว เป็นต้น

ส่วน นาม คือ สิ่งที่สามารถรับรู้สภาพธรรมได้ หรือคือ สภาพธรรมที่มีลักษณะรู้ ได้แก่ สภาพรู้ อาการรู้ ธาตุรู้ จิตใจ ปัญญา ความสุข ความทุกข์ ความพอใจ ความดีใจ ความเสียใจ ความหดหู่ เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น การเห็น เป็น นามธรรม เป็นวิญญาณขันธ์ ตาเป็นรูปธรรม เป็นธาตุดิน ภาพหรือรูปหรือสีที่เห็นเป็นรูปธรรม เป็นต้น



รูปขันธ์ (กองรูป)

หมายถึง สิ่งที่จะต้องสลายไป เพราะเหตุปัจจัยต่าง ๆ รูปประกอบจากธาตุ ๔ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และ ธาตุลม อันได้แก่ ร่างกาย โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น ลองมาจำแนกดูแต่ละตัวอย่าง ร่างกายเราประกอบไปด้วยธาตุ 4 คือ

1. ธาตุดิน ได้แก่ กระดูก เนื้อ หนัง เส้นผม เป็นต้น
2. ธาตุน้ำ ได้แก่ น้ำเลือด น้ำหนอง น้ำเหลือง น้ำย่อย น้ำดี หรือ ของเสียที่เป็นของเหลวในร่างกาย เป็นต้น
3. ธาตุลม ได้แก่ ลมหายใจเข้าและออก เป็นต้น
4. ธาตุไฟ ก็คือ อุณหภูมิความร้อนในร่างกาย เป็นต้น

แต่ความจริงแล้วการรับรู้ธาตุทั้ง 4 นั้น ต้องอาศัยจิต หรือตัวรู้ หรือสภาพธรรมที่มีลักษณะรู้ รู้สภาพของธาตุนั้น ๆ ซึ่งธาตุนั้นถือว่าเป็นสภาพธรรมเหมือนกัน แต่เป็นสภาพธรรมที่มีลักษณะไม่รู้ อ่าน ๆ ไป ก็อาจมีคนสงสัยได้ว่า จิตคืออะไร และสภาพธรรมคืออะไรล่ะ ก็จะขออธิบายย่อ ๆ เพียงว่า จิตคือตัวรู้ หรืออย่างที่กล่าวไปว่า สภาพธรรมที่มีลักษณะรู้ หรือคือการที่เรารู้ตัว นั่นเอง ส่วนสภาพธรรมที่มีลักษณะไม่รู้ ก็คือสิ่งที่มีอยู่จริงในโลกนี้ ยิ่งอธิบายอาจจะยิ่งงงกันไปใหญ่ ลองมาดูตัวอย่างให้เข้าใจยิ่งขึ้น ที่ว่าตัวรู้

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น รู้ตัวว่าเห็นตัวหนังสือ รู้ตัวว่ากำลังอ่าน รู้ตัวว่ากำลังหายใจเข้า รู้ตัวว่ากำลังหายใจออก รู้ตัวว่าเบื่อ รู้ตัวว่าอ่านแล้วไม่ชอบ หรือ รู้ตัวว่าอยากจะเลิกอ่าน เป็นต้น

ทีนี้มาดูถึงสภาพธรรมที่มีลักษณะไม่รู้ ตัวอย่างของสภาพธรรมที่มีลักษณะไม่รู้ เช่น สภาวะที่แข็ง สภาวะที่อ่อน (นิ่ม) สภาวะที่ร้อน สภาวะที่เย็น สภาวะตึง (เช่น การตึงกล้ามเนื้อ เป็นต้น) หรือ สภาวะที่ไหวหรือหย่อน เป็นต้น

ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ เรากลับมายังเรื่องของรูป รูป คือสภาพธรรมที่มีลักษณะไม่รู้ เพราะรูปไม่สามารถรับรู้สภาพนั้น ๆ ได้ เช่น ธาตุดิน จะมีลักษณะแข็ง แต่ธาตุดินจะไม่สามารถรับรู้ตัวเอง ได้ว่ามีลักษณะแข็ง เป็นต้น หรือ ธาตุน้ำ ก็จะมีลักษณะอ่อนหรือนิ่ม ธาตุลมจะมีลักษณะตึงหรือหย่อน ส่วนธาตุไฟก็จะมีลักษณะร้อนหรือเย็น นี่จะเห็นได้ว่า รูปนั้น เป็นไปตามสภาพต่าง ๆ แต่ไม่สามารถรู้ลักษณะต่าง ๆ ได้

ในตอนท้ายของบทความนี้ เราจะมาสรุปในเรื่องรูปกันอีกที สำหรับรูปนั้นจะเห็นได้ว่า รูปก็คือตัวเรานั่นเอง


เวทนาขันธ์ (กองเวทนา)

หมายถึง ความเสวยอารมณ์ ความรู้สึกสุขหรือทุกข์ ได้แก่ ความเจ็บป่วย ความดีใจ ความเสียใจ เป็นต้น ซึ่งความรู้สึกสุขทุกข์นี้สามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น 3 อย่างคือ

1. สุขเวทนา หรือ ความรู้สึกสุขสบาย เช่น ความสบายกาย ความสบายใจ
2. ทุกขเวทนา หรือ ความรู้สึกไม่สบาย เช่น ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ
3. อทุกขมสุขเวทนา (อ่านว่า อะ-ทุก-ขะ-มะ-สุก) หรือ ความรู้สึกไม่สุขไม่ทุกข์ คือรู้สึกเฉย ๆ นั่นเอง สามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่าอุเบกขาเวทนา

บางหมวดสามารถจัดแบ่งเวทนาขันธ์นี้ออกได้เป็น 5 อย่างคือ

1. สุข หรือ ความสบายกาย
2. ทุกข์ หรือ ความไม่สบายกาย
3. โสมนัส หรือ ความสบายใจ
4. โทมนัส หรือ ความไม่สบายใจ
5. อุเบกขา หรือ ความรู้สึกเฉย ๆ เวทนาเกี่ยวข้องกับตัวเราตรงที่เราสามารถรู้มันได้ด้วยใจ

ดังนั้นเวทนาจึงเป็นสภาพธรรมที่มีลักษณะรู้ นั่นเอง


สัญญาขันธ์ (กองสัญญา)

หมายถึง การกำหนดหมาย ความจำได้หมายรู้ ได้แก่ เรื่องราวในอดีต หรือหมายรู้ไว้ซึ่ง รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (สัมผัส หรือ สิ่งที่ต้องกาย) และอารมณ์ที่เกิดกับใจ เช่นว่า เขียว ขาว ดำ แดง ดัง เบา เสียงคน เสียงแมว เสียงระฆัง กลิ่นทุเรียน รสมะปราง เป็นต้น และจำได้ คือ รู้จักอารมณ์นั้นว่าเป็นอย่างนั้น ๆ ในเมื่อไปพบเข้าอีก

สัญญาสามารถจำแนกออกได้เป็น 6 อย่าง ตามอารมณ์ที่หมายรู้นั้น ได้แก่

1. รูปสัญญา หมายรู้รูป
2. สัททสัญญา หมายรู้เสียง
3. คันธสัญญา หมายรู้กลิ่น
4. รสสัญญา หมายรู้รส
5. โผฏฐัพพสัญญา หมายรู้สิ่งต้องกาย
6. ธัมมสัญญา หมายรู้อารมณ์ที่เกิดกับใจ หรือ สิ่งที่ใจรู้

ตัวอย่างของสัญญาเช่น รู้ว่าผงสีขาว รสเค็ม นั้นเรียกว่า เกลือในภาษาไทย เป็นต้น ดังนั้น จะเห็นได้ว่า สัญญาเป็นสภาพธรรมที่มีลักษณะรู้ และมีอยู่ในตัวเรา


สังขารขันธ์ (กองสังขาร)

หมายถึง สิ่งที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง สิ่งที่เกิดจากเหตุปัจจัย อันได้แก่ ความคิด ที่ส่งผลให้พูดดีหรือพูดชั่ว เป็นต้น

สังขาร อาจแปลได้ว่า สภาพที่ปรุงแต่งใจ ซึ่งสามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น 3 อย่างคือ

1. สภาพที่ปรุงแต่งใจให้ดี หรือเป็นตัวสร้างกุศล เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า กุศลเจตสิก
2. สภาพที่ปรุงแต่งใจให้ชั่ว หรือเป็นตัวสร้างอกุศล เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า อกุศลเจตสิก
3. สภาพที่เป็นกลาง เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า อัพยากฤต

สังขาร อาจใช้ได้ในความหมายของเจตนาที่แต่งกรรมหรือปรุงแต่งการกระทำนั้น ๆ จำแนกออกได้เป็น 3 อย่าง คือ

1. กายสังขาร คือ สภาพที่ปรุงแต่งการกระทำทางกาย หรือ กายสัญเจตนา
2. วจีสังขาร คือ สภาพที่ปรุงแต่งการกระทำทางวาจา หรือ วจีสัญเจตนา
3. จิตตสังขาร หรือ มโนสังขาร คือ สภาพที่ปรุงแต่งการกระทำทางใจ หรือ มโนสัญเจตนา

ไม่ว่าจะจำแนกสังขารตามแบบใด สังขารก็เป็นสภาพธรรมที่มีลักษณะรู้ และมีอยู่ในตัวเรา

นอกจากนี้แล้ว สังขารยังอาจหมายความถึง สังขตธรรม หรือ ธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งขึ้น มักใช้กับความหมายที่ว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง ซึ่งสังขารในกรณีหลังนี้หมายรวมถึงทั้งขันธ์ 5 นั่นเอง

ดังนั้น สังขารขันธ์ จึงเป็นสมาชิกย่อย ของคำว่าสังขารในกรณีนี้


วิญญาณขันธ์ (กองวิญญาณ)

หมายถึง ความรู้แจ้งอารมณ์ จิต ความรู้ที่เกิดขึ้น เมื่ออายตนะภายใน (อินทรีย์ทั้ง ๖ อันได้แก่ จักขุ-ตา, โสต-หู, ฆาน-จมูก, ชิวหา-ลิ้น, กาย และ มโน-ใจ) และอายตนะภายนอก (อารมณ์ ๖ ได้แก่ รูป, สัททะ-เสียง, คันธะ-กลิ่น, รส, โผฏฐัพพะ-สิ่งต้องกาย และ ธัมมะ-ธรรมารมณ์ หรือ อารมณ์ที่เกิดกับใจ) กระทบกัน บางตำรากล่าวว่า คือ ธาตุรู้ หรือ ธาตุสภาวะที่รู้แจ้งอารมณ์ ได้แก่ การรับรู้การเห็น การได้ยิน เป็นต้นในปัจจุบันนี้ คำว่าวิญญาณ น่าจะหมายถึงประสาทรับสัมผัส นั่นเอง

วิญญาณสามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น ๖ อย่าง คือ

1. จักขุวิญญาณ หรือ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)
2. โสตวิญญาณ หรือ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)
3. ฆานวิญญาณ หรือ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)
4. ชิวหาวิญญาณ หรือ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)
5. กายวิญญาณ หรือ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)
6. มโนวิญญาณ หรือ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)

นั่นคือ จะเห็นได้ว่า วิญญาณจัดเป็นสภาพธรรมที่มีลักษณะรู้ และมีอยู่ในตัวเราด้วยเช่นเดียวกับ รูป เวทนา สัญญา และ สังขาร


เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผู้อ่านคงพอจะเข้าใจคำว่าขันธ์ 5 ไม่มากก็น้อย และคงพอจะมองเห็นได้ว่า ร่างกายหรือขันธ์ 5 ของเรานี้เอง ที่ทำให้เราต้องรับสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะโทษจากกรรม อาการป่วย หิว กระหาย หรือชราก็ตาม ถ้าเพียงแต่เรารับรู้อาการนั้น ๆ และยอมรับตามสภาพความเป็นจริงได้ จิตใจของเราก็จะไม่เศร้าหมองไปตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นสาเหตุให้เราเศร้าหมอง ก็เนื่องมาจากโทษของการไปยึดมั่นถือมั่นในร่างกายของเรา ในร่างกายของเขา นั่นเอง

กล่าวโดยสรุปก็คือ ขันธ์ 5 ที่ประกอบไปด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ จัดว่าเป็นมาร เพราะเป็นสภาพอันปัจจัยปรุงแต่งขึ้น เป็นที่ตั้งแห่งกองทุกข์ทั้งหลาย ถูกปัจจัยต่าง ๆ บีบคั้นเบียดเบียน จึงเป็นเหตุขัดขวาง หรือรอนโอกาส มิให้สามารถทำความดีงามได้เต็มที่ หรืออาจตัดโอกาสนั้นโดยสิ้นเชิง สาเหตุที่สำคัญก็ได้กล่าวไปแล้ว แต่จะข้อเน้นอีกที สาเหตุนั้นก็คือ การยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 ว่ามีตัวตนนั่นเอง

ถ้าเราปล่อยวางเสียได้ ก็จะทุกข์น้อยลง เพราะขันธ์ 5 ย่อมเป็นไปตามหลักไตรลักษณ์คือ อนิจจังหรือไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่น การเจ็บป่วย การหลงลืม เป็นต้น ทุกขังหรือเป็นทุกข์ เพราะเมื่อเปลี่ยนแปลงแล้ว และเราไม่สามารถรับได้กับสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ก็ก่อให้เกิดทุกข์ และเป็นอนัตตาหรือความไม่มีตัวตน ได้แก่ ไม่มีความเป็นเจ้าของ ไม่มีสภาพบุคคล สัตว์ สิ่งของ เรา เขา เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีใครที่จะสามารถควบคุมหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นได้ เมื่อรู้โทษของการยึดมั่นถือมั่นอย่างนี้แล้ว เราก็ควรที่จะคลายความยึดมัี่นถือมั่นนั้น และยอมรับมันให้ได้





ผู้โพส : ธรรมทาน
วันที่ : Sunday, May 09, 2551 เวลา : 6:48:42 AM


ความคิดเห็นที่ 1
รัก... _ _ _ _!!!! มากๆๆๆ
จาก โมเม..... [17/7/2552 20:31:52 ]

ความคิดเห็นที่ 2
I love you veryๆๆๆๆ
เรารัก นายนะ +++ ที่ร๊ากกกกกกกกกกกก
จุ๊ฟฟฟ ๆๆ ๆ ๆ
รักนะ จุ๊บๆๆๆๆ
จาก น้องนู๋cute}}}} [17/7/2552 20:35:00 ]

ความคิดเห็นที่ 4
ขอบคุนคะ นู๋รักป้ามั่กๆๆเรยคะ ฿ @ $ $
จาก เดกสวนนนท์ [17/7/2552 21:12:31 ]

ความคิดเห็นที่ 5
hello
i want you to behave your love wish good forever!!!!!
ตัยอ่านเปน.....ค ว า ย.................55555++
ล้อเล่ง น๊าาาาาาาาาา
จาก 555555555555555555555555++++++++++++++++ [17/7/2552 21:27:24 ]

ความคิดเห็นที่ 9
ไม่รู้เรื่อง
จาก คนที่โง่ๆ [7/9/2552 18:00:16 ]

ความคิดเห็นที่ 10
ถึงคุณ ผู้แสดงความคิดเห็นทุกท่านครับ เวปไซร์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้มีเจตนาหาผลประโยชน์แต่อย่างใด การที่ท่านเข้ามาศึกษาหาความรู้ จะเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยคำพูดหยาบคาย หรือ ส่อเสียด ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ท่านคงจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม สิ่งที่ท่านจะได้รับคือ วิบากกรรมจากการลบหลู่พระธรรม เป็นไฟนรกกองที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมหนัก ซึ่งท่านจะได้รับภายในชาตินี้อย่างแน่นอน ซึ่งทางเจ้าของเวป ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ทางเวปไม่ได้ต้องการคำชม จากผู้เข้าชมแต่อย่างใด เพราะผู้จัดทำทราบดีว่าการให้ธรรมเป็นทานนั้นเป็นทานสูงสุดอยู่แล้ว ผู้ที่เข้ามาศึกษาก็ได้บุญเพื่อนำไปใช้ในหลายภพชาติ จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ในชาติใดชาติหนึ่ง ถ้าผู้แสดงความคิดเห็น เป็นบุคคลในศาสนาพุทธ คงไม่มีจิตใจและความคิดที่ไม่สร้างสรร เราและคณะผู้จัดทำเวปไซร์นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ไม่ควรใช้คำหยาบคาย และ พูดส่อเสียดบุคคลที่ 3 ซึ่งทางเวปไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเป็นประจำ เพราะเห็นว่าเป็นเวปที่ไม่น่าจะมีบุคคล ที่ไม่รู้จักบาป และ บุญ ที่ไม่สามารถแยกประเด็นออก ซึ่งผลก็จะเกิดกับบุคคลนั้น การที่ต้องออกมาแสดงความคิดเห็น ก็เพราะว่าไม่ต้องการให้ใครได้รับผลกรรมของการกระทำความไม่ดี ในเวปไซร์เกี่ยวกับพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นศาสดาสูงสุดในโลกนี้ ถ้าเข้ามาแล้วไม่คิดจะศึกษาธรรม ก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็นด้วยคำหยาบคายนะครับ ด้วยความปรารถนาดี ผู้จัดทำเวปไซร์
จาก อ.คม เกิดทรัพย์ [12/7/2553 8:54:40 ]

ความคิดเห็นที่ 12
การพัฒนาบุคลิกภาพเกี่ยวกับขันธ์5อย่างไร
จาก นวลละออง [13/8/2553 18:01:15 ]

ความคิดเห็นที่ 13
อยากให้ยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมออกมา แล้วอธิบายว่าอันไหนคือ ธาตุ4 อันไหนเป็นรูปขันธ์ นามขันธ์ และอายตนะ จะได้ดูออกชัดเจนค่ะ เพราะผมไม่ค่อยเก่งในการศึกษาธรรมครับ
จาก S [2/9/2553 23:08:37 ]

ความคิดเห็นที่ 14
THANK YOU
จาก MEEN23339 [22/1/2554 21:28:54 ]

ความคิดเห็นที่ 15
คือ ผมอยากได้กรณีตัวอย่าง ของขันธ์ 5 อ่าครับ ช่วยอธิบาย พร้อมยกตัวอย่าง ขันธ์ 5 มาประกอบ ทีครับ ขอบคุณมากครับ
จาก เด็กเทคนิค [8/9/2554 9:08:28 ]

ความคิดเห็นที่ 16
http://www.burberryscarfs-2012.net
http://www.coachoutletstoresonline-us.com
http://www.coachoutletssonline.com
http://www.coachs-factoryonlines.com
http://www.coachfactory--storeonline.net
http://www.coachsfactoryoutletsstore.net
http://www.lvbags-online.net
http://www.louisvuittonbagsz.com
http://www.coachfactorysoutletsonline.com
http://www.coachfactorystores-online.net
http://www.coachoutletsstoreonlines.ca
http://www.mycoachoutlet-online.com
จาก 1603602377@qq.com [8/1/2555 19:00:55 ]

ความคิดเห็นที่ 17
Alongside their Timberlands For Men range Timberland also produce a variety of Cheap Timberland boots http://www.timberland-boatshoes.com/ , watches, shades and leather goods. Everything began having a boot. Timberland men 6-Inch boot http://www.timberland-boatshoes.com/Timberland-Womens-6-Inch-Premium-boot/ using the embossed tree logo design and leather collar plants its roots in 1918 when timberland men shoes http://www.timberland-boatshoes.com/Timberland-Mens-Boat-Shoes/ started his career in shoes by stitching together fine leather boots. The standard of craftsmanship hasn't reduced. Within the sixties Timberland For Kids http://www.timberland-boatshoes.com/Timberland-Kids-Boots/ new injection-molding technologies to create the very first truly Timberland Roll-top Boots http://www.timberland-boatshoes.com/Timberland-Womens-Roll-top-Boots/ , a boot that within Timberland Sale grew to become a metropolitan fashion icon that's still going strong. Timberland boat shoes http://www.timberland-boatshoes.com/Featured/ and Timberland 14 inch http://www.timberland-boatshoes.com/Timberland-Womens-Tall-Boot/ are hot sale in 2011.
จาก gsfdh [22/2/2555 0:54:20 ]

ความคิดเห็นที่ 18
ดีคราบ
จาก rud [24/6/2556 9:55:58 ]

ความคิดเห็นที่ 19
http://www.superbagsmarket.com/ Super Bags Market
http://www.nike-jordanshoes.com/ Nike Jordan Shoes
http://www.thebeatsbydre.net/ Beats By Dre Outlet
http://www.michaelusakors.com/ Michael Kors Outlet Online
http://www.polo-tshirts.com/ Ralph Polo Outlet Online
http://www.northsclearance.com/ North Clearace Outlet
http://www.polo-ralphlaurenonline.com/ Ralph Polo Outlet
http://www.guccishoesuk-2014.net/ Gucci Shoes Outlet
http://www.michaelkorsstates.com/ Michael Kors Outlet
http://www.polooutlet-store.com/ Polo Outlet Store
http://www.ralph-laurenhome.com/ Ralph Lauren UK
http://www.marcjacobsonsale.com/ Marc Jacobs On Sale
http://www.mcmworldwides.com/ MCM Outlet
http://www.hermesoutletonline.net/ Hermes Outlet Online
http://www.salongchamppairs.com/ Sac Longchamp Pairs
http://www.canada-gooser.com/ Canada Goose Outlet
http://www.burbagssale2014.com/ Burberry Outlet
http://www.michaelkors.so/ Michael Kors Outlet
http://www.oakley-sunglassfactory.com/ Oakley Sunglaases Factory
http://www.north-faceoutlet.us.com/ North Face Outlet Online
http://www.moncler-clearance.com/ Moncler Clearance
http://www.woolrich-clearance.com/ Woolrich Clearance
http://www.barbour-jacketsoutlet.com/ Barbour Jackets Outlet Online
http://www.moncler-jacketsoutletonline.com/ Moncler Jackets Outlet Online
http://www.airmaxshoesfactory.com/ Air Max Shoes
http://www.monsterbeatsbydres.com/ Monster Beats Outlet
http://www.louis-vuittonblackfriday.com/ Louis Vuitton Outlet
http://www.lv-guccishoesfactory.com/ Louis Vuitton Factory
http://www.mcmoutlet-jp.com/ MCM 店铺
http://www.cheapdiscountoutlet.com/ Discount Clothes Sale
http://www.michael-korsfactoryonline.com/ Michael Kors Factory Online
http://www.coach-factoryoutlets.net/ Coach Factory Outlet
http://www.coach-blackfriday.net/ Coach Black Friday
http://www.coach-storeoutletonline.com/ Coach Store Outlet Online
http://www.coach-factoryoutletonlines.com/ Coach Factory Outlet Online
http://www.coachcoachoutlet.net/ Coach Outlet
http://www.coach-factory.net/ Coach Factory
http://www.coach-pursesoutlet.net/ Coach Purses Outlet Online
http://www.coach-outletonline.net/ Coach Outlet USA
http://www.mksfactoryoutlet.com/ Michael Kors Factory Outlet
http://www.zxcoachoutlet.com/ Coach Outlet Online USA
http://www.mischristmas.com/ Coach Factory Outlet Online
http://www.misblackfriday.com/ Black Friday
http://www.newoutletonlinemall.com/ Coach Purses Outlet Online
http://www.clickmichaelkors.com/ Michael Kors USA
http://www.cmichaelkorsoutlet.com/ Michael Kors Outlet USA
http://www.ralphlaurenepolo.com/ Ralph Lauren Polo
จาก polo [26/7/2557 9:42:42 ]
  ร่วมลงความเห็น > เพิ่มกระทู้ใหม่ > หน้ารวมกระทู้
รายละเอียด :
ผู้โพส :
อีเมล์ :
รูปภาพ :
ไฟล์ gif หรือ jpg ขนาดไม่เกิน 100 KB เท่านั้น
รหัสป้องกัน Security images