สมาชิกเข้าระบบ
ยูสเซอร์เนม :
รหัสผ่าน :
 

ลืมรหัสผ่าน  |   สมาชิกใหม่


ปฏิทินกิจกรรมพิเศษ
November 2014
S M T W T F S
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            
สมาชิกจดหมายข่าว
สมัคร ยกเลิก
กระดานสนทนาธรรม > ความสัมพันธ์ของธาตุ4และขันธ์5


ห้วข้อกระทู้
ความสัมพันธ์ของธาตุ4และขันธ์5
รายละเอียด
อยากทรารบความสัมพันะของธาตุ4และขันธ์5ค่ะ ช่วยตอบหน่อย

ผู้โพส : ธนวรรณ
วันที่ : Tuesday, February 06, 2553 เวลา : 7:27:56 PM


ความคิดเห็นที่ 1
ขอตอบคุณธนวรรณ เรื่องธาตุทั้ง 4 ซึ่งประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม และ ไฟซึ่งในทางพุทธศาสนา คือสิ่งที่ประกอบเข้าเป็นร่างกายและจิตใจมนุษย์รวมเป็นธาตุทั้ง 4 ซึ่งในความหมายของแต่ละธาตุแยกเป็นความเชื่อต่างกันดังนี้

ธาตุทั้ง 4


ธาตุไฟ คือ กำลังแรง ความเลื่อมใสศรัทธาและ อุดมคติมีธรรมชาติทะเยอทะยาน ต้องการแม้แต่สิ่งที่เอื้อมไม่ถึงและสิ่งที่ไม่อาจบรรลุได้ และมักมีอะไรบางอย่างอยู่เหนือความคิดนึกของมนุษย์ที่สูงสุด พร้อมทั้งความเชื่อมั่นในตนเองอีก ไฟนั้นต้องการลมเพื่อให้ช่วยส่งเสริมความรุ่งโรจน์ของตนเอง แต่ลมที่จะส่งเสริมไฟได้ต้องไม่ถูกอิทธิพลของดาวพุธที่ตลบแตลงหรือดาวเสาร์ที่เชื่องช้าเข้าครอบงำ จะส่งผลสูงสุดขณะมฤตยูผ่านวาบเข้าไปในลมนั้นเท่านั้น ทิศใต้



ธาตุดิน คือ การปฏิบัติ ความอดทนบึกบึนและเสบียงอาหาร ต้องการแต่การปฏิบัติโดยลงมือทำจริงๆ ทำอย่างอดทนและบึกบึนไม่ท้อถอย ไม่เกรงกลัวในเรื่องความลำบาก ดังนั้นธาตุดินจึงเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งราศีธาตุอื่นๆ ในเมื่อจะลืมความจำเป็นข้อนี้เสีย ทิศเหนือ




ธาตุลม คือ ดินต้องการจะเป็นมิตรกับลมในเรื่องจิตใจ ให้เป็นรูปร่างซึ่งดินต้องการรู้อย่างสูงคือปัญญาความคิด ความไตร่ตรองหาเหตุผล และ ความเข้าใจ ตามปกติมักพิจารณาหาเหตุผลตามหลักแหล่งตรรกะญาณและความเข้าใจในสิ่งต่างๆ เป็นสำคัญที่สุด ไม่ชอบการเคลิ้มฝันในเรื่องที่เกี่ยวจิตใจ เพราะเห็นว่าไม่แน่นอนและไม่มีประโยชน์ ต้องการจะคิดหาเหตุผลในสิ่งต่างๆ และพิสูจน์ให้เป็นความจริงขึ้นมา ทิศตะวันออก



ธาตุน้ำ คือ อารมณ์ ทั้งชนิดเคลิ้มฝันด้วยตัวเอง และรับอารมณ์จากสิ่งอื่นตลอดจนความฉลาดสามารถในเรื่องที่เกี่ยวกับจิตใจและสัญชาติญาณ ย่อมต้องการที่จะไหลไปสู่และรวมอยู่ในระดับเดียวกันแต่บางครั้งก็ไหลทวนขึ้นสู่เบื้องสูงเพราะอำนาจของอารมณ์ได้ แต่อย่างไรก็ดีมันจะต้องไหลลงสู่ระดับเดิม เพราะอารมณ์ไม่เป็นสิ่งจริงจัง และตามปกติก็ไม่ไหลทวนขึ้นไปเหนือระดับเดิมมากนัก เพราะน้ำไม่มีความทะเยอทะยานหรือความปรารถนา แต่มีความฝันในตัวของมันเองและพอใจในสิ่งที่น่าพิสมัยของมันเองอีกด้วย ทิศตะวันตก



ราศีในแต่ละราศีนั้นจะเป็นตัวแทนของแต่ละฤดูกาล และจะมีคุณภาพของการปลดปล่อยพลังงานในธรรมชาติแตกต่างกันไป แม้ว่าราศีเหล่านั้นจะอยู่ในฤดูกาลเดียวกันก็ตามคุณะ อันเป็นการปลดปล่อยพลังงานที่แตกต่างกันในฤดูกาล จึงแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ



1.จรราศี ได้แก่ ราศี เมษ กรกฎ ตุลย์ มกร ซึ่งแสดงออกจากพลังงานที่มากเกินรุนแรง มีความดิ้นรนทะเยอทะยาน เอาดีด้วย การแสดงออก การเคลื่อนไหวแบบ แรงดัน การระเบิด ทุ่มสุดตัว


2.สถิรราศี ได้แก่ ราศี พฤษภ สิงห์ พิจิก กุมภ์ ซึ่งแสดงออกจากพลังงานที่สมดุลและเต็มพอดี แน่วแน่ พินิจพิจารณา และใช้เวลา เอาดีด้วยการกักตุน คงที่ สม่ำเสมอ


3. อุภยราศี ได้แก่ ราศี มิถุน กันย์ ธนู และมีน ซึ่งแสดงออกจากพลังงานที่มีความอ่อนตัว โอนอ่อน โลเล แบ่งรับแบ่งสู้ ดูทีท่า ใช้เวลาแก้ปัญหา


ธาตุ (Element ) ในทางการพยากรณ์ไพ่ยิปซี นั้น ระบบธาตุที่นิยมใช้มาก คือ ธาตุสี่อันประกอบไปด้วย

1. ธาตุไฟ = คฑา คือ การคุกคาม สร้างสรรค์ ผู้นำ ว่องไว ฉลาด ราศี เมษ สิงห์ ธนู


2. ธาตุดิน = เหรียญ คือ การมั่นคง หนักแน่น จริงจัง สงบเสงี่ยม เห็นการณ์ไกล ราศี พฤษภ กันย์ มกร

3. ธาตุลม = ดาบ คือ การประสาน คล่องตัว ชอบเรียนรู้ รวดเร็ว ปรับตนเข้ากับสถานการณ์ได้ดี ราศี มิถุน ตุลย์ กุมภ์

4. ธาตุน้ำ = ถ้วย คือ ปรับตัว ลึกซึ้ง ช่างคิดฝัน ความรู้สึกไว ราศี กรกฎ พิจิก และมีน


เริ่มจาก ธาตุ ในแต่ละ จักรราศี ต้องอาศัยหลักธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ประกอบกันสัญลักษณ์ ของธาตุ 3 ประเภท คือ Cardinal Signs - Fixed Sighs - Mutable Signs

1. Cardinal Signs ไฟ น้ำ ลม ดิน ( อาการเคลื่อนไหว ) หมายถึง แม่ธาตุทั้งสี่แรก จรราศี 1-4-7-10 เมษ กรกฎ ตุลย์ มกร

ไฟ หมายถึง ใจป้ำ กล้าได้กล้าเสีย กระตือรือร้นจนออกนอกหน้า จะทำอะไรใจจอใจจ่อ มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวไม่เลิก

ดิน หมายถึง สนใจ กระตือรือร้น แต่ก็ยังใช้ความคิดบ้าง

ลม หมายถึง อารมณ์ฉุนเฉียว เอาแต่ใจเกินไป


น้ำ หมายถึง ความรู้สึกรุนแรง ท่าทางวางอำนาจเต็มที่


2. Fixed Signs ไฟ น้ำ ลม ดิน (บอกเวลา กำหนดเวลา ) แม่ธาตุทั้งสี่ รอง

สถิรราศี 2-5-8-11 พฤษภ สิงห์ พิจิก กุมภ์

ไฟ หมายถึง เด็ดเดี่ยว เอาจริงเอาจัง แสดงพละกำลัง

ดิน หมายถึง ตั้งใจจะทำต้องให้ได้ ไม่รอรีอีก เว้นไว้แต่จะพบว่าสิ่งนั้นจะทำไม่ได้จริง

และมีแต่จะต้องเปลี่ยนใหม่เท่านั้น ติดรอบคอบ

ลม หมายถึง ไม่เปลี่ยนความคิด ไม่เปลี่ยนใจ ไม่เปลี่ยนความประสงค์

น้ำ หมายถึง อารมณ์ยึดมั่น แน่วแน่ เที่ยงตรง


3. Mutable Sings (ให้ช่วง ให้ระยะ ให้แวดวง) แม่ธาตุทั้ง 4 ช่วงสุดท้าย


อุภยราศี 3-6-9-12 มิถุน กันย์ ธนู มีน

ไฟ หมายถึง กระตือรือร้นเอาจริงเอาจังแต่แรก แต่แล้วก็เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นเสียได้


ดิน หมายถึง มีความคิดอ่านดี แนะนำให้ได้ประโยชน์ในการงาน และก็ใช้การได้ด้วย


ลม หมายถึง มีจิตใจ สามารถทำงานจนลุล่วงไปด้วยความสามารถได้ ทั้งการให้คำแนะ

นำและกระทำจริง

น้ำ หมายถึง มีอารมณ์จะดำเนินงาน มีอารมณ์คิด อารมณ์ปฏิบัติ จำแนกแยกแยะสิ่งถูกสิ่งผิด

ขันธ์ 5 คืออะไร

สรรพสิ่งทั้งหลายในอนันตจักรวาลนั้น แยกประเภทได้เป็น 3 ส่วน (ดูแผนผังด้านล่างประกอบ) คือ

1.) ส่วนที่เป็นวัตถุทั้งหลาย ได้แก่ สสารทั้งหลาย แสง สีทั้งหลาย เสียง กลิ่น รส ความเย็น ความร้อน ความอ่อน ความแข็ง ความหย่อน ความตึง อาการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ ช่องว่างต่างๆ อากาศ ดิน น้ำ ไฟ ลม สภาพแห่งความเป็นหญิง เป็นชาย เนื้อสมองและระบบของเส้นประสาททั้งหลาย อันเป็นฐานให้จิตเกิด รวมทั้งอาการแห่งความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป ดับไปของวัตถุทั้งหลายด้วย
ซึ่งรวมเรียกว่ารูปขันธ์ (ขันธ์ = กอง หมวด หมู่)

2.) ส่วนที่เป็นความรู้สึกนึกคิด และความคิดทั้งหลาย รวมเรียกว่านามขันธ์ แยกได้ 4 ชนิดคือ

2.1) เวทนาขันธ์ คือความรู้สึกเป็นสุขทางกาย ทุกข์ทางกาย โสมนัส(สุขทางใจ) โทมนัส(ทุกข์ทางใจ) อุเบกขาหรืออทุกขมสุขเวทนา(เป็นกลางๆ ไม่สุขไม่ทุกข์)

2.2) สัญญาขันธ์ คือความจำได้หมายรู้ในสิ่งต่างๆ คือส่วนที่ทำหน้าที่ในการจำนั่นเอง (ไม่ใช่เนื้อสมอง แต่เป็นส่วนของความรู้สึกนึกคิด เนื้อสมองนั้นจัดเป็นรูปขันธ์ เนื้อสมองเป็นเหมือนสำนักงาน ส่วนนามขันธ์ทั้งหลายเหมือนผู้ที่ทำงานในสำนักงานนั้น)

2.3) สังขารขันธ์ คือส่วนที่ปรุงแต่งจิต คือสภาพที่ปรากฎของจิตนั่นเอง เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ทาน(สภาพของจิตที่สละสิ่งต่างๆ ออกไป) ความเมตตา กรุณา มุทิตา สมาธิ ความฟุ้งซ่าน ความหดหู่ท้อถอย ความง่วง ความละอาย ความเกรงกลัว ความไม่ละอาย ความไม่เกรงกลัว เจตนาในการทำสิ่งต่างๆ ความลังเลสงสัย ความมั่นใจ ความเย่อหยิ่งถือตัว ความเพียร ปิติ ความยินดีพอใจ ความอิจฉา ความตระหนี่ ศรัทธา สติ ปัญญา การคิด การตรึกตรอง

2.4) วิญญาณขันธ์ หรือจิต คือผู้ที่รับรู้สิ่งทั้งปวง คือรับรู้ความรู้สึกต่างๆ
ตั้งแต่ ข้อ 2.1 จนถึงข้อ 2.3 และเป็นผู้รับรู้ถึงส่วนที่เป็นรูปขันธ์ทั้งหลายด้วย อันได้แก่เป็นผู้รับรู้สิ่งทั้งหลาย ที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย นั่นเอง รวมถึงเป็นผู้รับรู้ในสภาวะแห่งนิพพานด้วย

3.) นิพพาน คือสภาวะที่พ้นจากรูปขันธ์และนามขันธ์ทั้งปวง
หรือสภาวะจิตที่พ้นจากความยึดมั่นผูกพันธ์ในสิ่งทั้งปวง รวมถึงไม่ยึดมั่นในนิพพานด้วย
นิพพาน = นิ + วาน (ในภาษาบาลีนั้น ว. กับ พ. ใช้แทนกันได้ วาน จึงเท่ากับ พาน)
นิ = พ้น
วาน = สิ่งที่เกี่ยวโยงไว้ ได้แก่ ตัณหาคือความทะยานอยาก และอุปาทานคือความยึดมั่นถือมั่นนั่นเอง
นิวาน หรือนิพพาน แปลตามตัวจึงหมายถึงความพ้นจากเครื่องเกี่ยวโยง(ตัณหาและอุปาทาน) นั่นเอง

สรุปแล้วขันธ์ 5 ประกอบด้วย

1.) รูปขันธ์
2.) เวทนาขันธ์
3.) สัญญาขันธ์
4.) สังขารขันธ์
5.) วิญญาณขันธ์

โดยที่เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์รวมเรียกว่าเจตสิก ซึ่งแปลว่าเป็นสิ่งที่เกิดร่วมกับจิตเสมอ (ในภาษาบาลีนั้นสระ อิ กับสระ เอ ใช้แทนกันได้ เจต จึงเท่ากับ จิต นั่นเอง) คือจิตและเจตสิกจะเกิดและดับพร้อมกันเสมอ จะแยกกันเกิดไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่ เพียงแต่ว่าตอนนั้นนามขันธ์ตัวไหนจะแสดงตัวเด่นกว่าตัวอื่นเท่านั้นเอง

ธัมมโชติ
จาก ธรรมทาน [5/6/2553 21:41:46 ]

ความคิดเห็นที่ 2
ทำให้เข้าใจเรืองขันธ์5และธาตุ4มากขั้น
จาก แชมป์ [22/7/2555 8:19:19 ]
  ร่วมลงความเห็น > เพิ่มกระทู้ใหม่ > หน้ารวมกระทู้
รายละเอียด :
ผู้โพส :
อีเมล์ :
รูปภาพ :
ไฟล์ gif หรือ jpg ขนาดไม่เกิน 100 KB เท่านั้น
รหัสป้องกัน Security images